Author: Bryce

ไม่ต้องเสียเงินไปดูที่โรงภาพยนตร์ก็สร้างบรรยากาศในบ้านได้

ในช่วงเวลาที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กำลังระบาดอยู่นี้ การออกไปนอกบ้านโดยเฉพาะไปยังแหล่งชุมชนที่มีผู้คนขวักไขว่ เช่น โรงภาพยนตร์อาจเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมมากนัก แต่จะทำอย่างไรในเมื่อใจเป็นคนหลงใหลในการดูภาพยนตร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่ยากเพราะบ้านของทุก ๆ คนก็สามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์เก๋ ๆ พร้อมความสะดวกสบายที่มากขึ้น หาภาพยนตร์เรื่องโปรดของคุณแล้วมาชมกันให้เพลิดเพลินได้เลย

ทำบ้านของตนเองให้เป็นโรงภาพยนตร์ส่วนตัว

  1. สร้างความมืดให้กับตัวบ้าน

ใช่แล้วการจะดูภาพยนตร์ให้สนุกต้องอาศัยความมืดเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อให้ภาพมีความคมชัดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นเริ่มจากการทำบ้านหรือห้องนอนของตนเองให้มืดเพื่อความเป็นส่วนตัวก่อน จะช่วยเสริมอรรถรสในการดูภาพยนตร์หรือซีรี่ส์เรื่องโปรดได้อย่างเบิกบานใจ ให้อารมณ์เหมือนการดูที่โรงสุด ๆ ไปเลย

  1. เก้าอี้นิ่ม ๆ ต้องมา

ความสะดวกของการดูภาพยนตร์สุดโปรดของคุณก็คือต้องมีเก้าอี้นิ่ม ๆ นั่งสบาย หรือนอนชิลล์ ๆ ได้เลย ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหาแม้ที่บ้านจะไม่มีเก้าอี้แบบในโรง แต่ทุกคนสามารถประยุกต์เอาโซฟาหรือบนที่นอนของคุณมาทำเป็นที่นั่งสุดคลาสสิกได้เลย รับรองว่าดูสนุกมากขึ้นกว่าเดิมพร้อมเติมเต็มความสบายได้ยิ่งขึ้นอีกหลายเท่าตัว

  1. หูฟังเสียงสเตอริโอ

อย่าลืมเรื่องเสียงเป็นอันขาด เพราะนี่คือความสนุกที่จะช่วยให้คุณได้ฟิลการดูภาพยนตร์มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ลำพังจะให้เปิดลำโพงขนาดใหญ่ก็เกรงใจข้างบ้านหรืออยู่คอนโดยิ่งไม่ได้เด็ดขาด แนะนำว่าให้เลือกซื้อหูฟังที่พร้อมสำหรับการดูหนัง มีระบบเสียงแบบสเตอริโอ พร้อมต่อให้เข้ากับระบบจ่ายภาพและเสียง เท่านี้ก็เตรียมบันเทิงได้เลย

  1. เลือกทีวีที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

สมัยนี้แม้แต่ทีวีก็สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ ช่วยให้คุณสามารถดูรายการต่าง ๆ คมชัดมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว และวันไหนที่อยากเปิดภาพยนตร์สนุก ๆ ก็ต่อทีวีเข้ากับอินเตอร์เน็ต จากนั้นก็ลองหาภาพยนตร์ที่ต้องการเลือกดูได้ตามใจชอบเลย แค่นี้ก็ไม่ต้องออกไปไหนให้ยุ่งยากแล้ว

  1. ของกินอย่าลืมเด็ดขาด

ปิดท้ายด้วยสิ่งสำคัญที่สุดของการดูภาพยนตร์แม้อยู่กับบ้านก็คือ ของกิน หรือขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ จัดเตรียมให้พร้อม จะขนม น้ำอะไรก็สุดแต่ความชอบของบุคคลได้เลย ดูไปหยิบเข้าปากเพลิน ๆ สุดฟิน

แม้ว่าเวลานี้การดูภาพยนตร์ในโรงจะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้ารู้จักปรับตัวก็ยังคงสนุกกับรายการโปรดของคุณได้แบบสบายใจ แถมไม่ต้องเสียเงินแพง ๆ อีกด้วย

ใช้วันหยุดหมดไปกับการดูภาพยนตร์ ได้อะไรกว่าที่คิด

หนึ่งในกิจกรรมยามว่างของคนจำนวนมากต้องยกให้กับการดูภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเข้าไปดูในโรงเองหรือหาดูบนอินเตอร์เน็ต ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความชอบ ซึ่งคนที่ทำสิ่งเหล่านี้เป็นประจำอาจถูกมองว่าทำไมไม่ลองหาเวลาทำอย่างอื่นเพื่อให้เกิดประโยชน์ดูบ้าง แต่รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วการดูภาพยนตร์นั้นให้อะไรมากกว่าที่คุณคิดเยอะมาก ๆ บางทีเมื่อเข้าใจถึงเหตุผลก็อาจทำให้คนที่เคยพูดแบบนี้หันมาสนใจมากขึ้นก็ได้

ดูภาพยนตร์วันหยุด มีอะไรมากกว่าที่เข้าใจ

สิ่งแรกคงต้องอธิบายความหมายของ การพักผ่อน อย่างถูกต้อง คนเราไม่ใช่หุ่นยนต์ที่จะต้องทำสิ่งต่าง ๆ รอบตัวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นช่วงเวลาในวันหยุดหรือช่วงที่ไม่ได้ทำงาน การพยายามหาสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเพื่อช่วยให้คุณผ่อนคลายสมองบ้างจึงเป็นเรื่องที่ดี คนที่เครียดเกินไปมีโอกาสเกิดโรคต่าง ๆ ได้มากกว่าคนที่สมองได้รับการผ่อนคลาย เอาง่าย ๆ หากคุณเครียดบ่อยโอกาสจะเป็นโรคภัยไข้เจ็บก็มีสูงมากขึ้น เทียบกับคนที่ช่วงวันหยุดหากิจกรรม ดูภาพยนตร์สนุก ๆ เพลิน ๆ ผ่อนคลายสมอง เท่านี้ก็มองเห็นความแตกต่างถึงข้อดีที่ได้มากกว่าแค่ความบันเทิง

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ การดูภาพยนตร์นอกจากความผ่อนคลายที่ร่างกายได้รับ ยังสามารถสร้างไอเดียและจินตนาการต่าง ๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ นั่นเพราะบ่อยครั้งที่คนดูภาพยนตร์แล้วต้องคิดตามเนื้อเรื่องว่ามันดำเนินมาอย่างไร เป็นแบบไหน และมีข้อคิดคติเตือนใจที่ถูกต้องหรือเปล่า ซึ่งมันไม่ใช่แค่ความบันเทิงอีกเช่นกัน บางคนได้แรงบันดาลใจดี ๆ จากการดูภาพยนตร์ 1 เรื่องจนทำสิ่งต่าง ๆ ให้ตนเองประสบความสำเร็จก็มีให้เห็นเยอะมาก

ปิดท้ายด้วยความพิเศษของการดูภาพยนตร์ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือวันที่ไม่ต้องไปทำงานให้เหนื่อย คุณจะรู้สึกถึงชีวิตที่มีความอิสระ อยากทำสิ่งไหนก็ได้ตามใจ เหมือนเป็นวันดี ๆ อีกหนึ่งวันเมื่อตื่นเช้าขึ้นมาก็มีอะไรดี ๆ ให้ทำทันที ไม่รู้สึกน่าเบื่อ หรือไม่เคว้งคว้างในวันหยุดเหงา ๆ แล้วต้องอยู่กับบ้านคนเดียว เพราะฉะนั้นใครที่มองว่าการดูภาพยนตร์เป็นเรื่องน่าเบื่อ หากมีโอกาสแล้วลองดูอย่างจริงจังจะทำให้เปลี่ยนความคิดนี้ออกไปได้อย่างแน่นอน มันมีอะไรมากกว่าแค่เรื่องของตัวบทหรือการแสดงที่ถ่ายทอดออกมา

เอาเป็นว่าใครที่กำลังคิดอยากหาช่วงเวลาพักผ่อนให้กับตนเองในวันหยุด ลองหาภาพยนตร์ดี ๆ สักเรื่องแล้วเปิดดู สร้างความผ่อนคลาย ได้ความคิดใหม่ ๆ และที่สำคัญไม่ทำให้ตนเองต้องรู้สึกเหงาด้วย เป็นอีกความสนุก เพลิดเพลิน และได้ความแปลกใหม่ให้กับชีวิตยิ่งขึ้น

เปิดเหตุผลดี ๆ ทำไม ไททานิค จึงยังคงครองใจแฟนภาพยนตร์ตลอดกาล

หากพูดถึงภาพยนตร์ที่ขึ้นหิ้งและเป็นอันดับ 1 ของใครหลาย ๆ คน คงไม่ต้องสาธยายอะไรกันให้มากความนัก เพราะไม่มีเรื่องไหนจะได้ตำแหน่งนี้ไปนอกจาก “ไททานิค” ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่เข้าฉายมาตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 90 ทว่าปัจจุบันพวกเขายังคงครองความยิ่งใหญ่ในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะภาพยนตร์ทำเงินที่แม้จะโดน Avatar แซงหน้าไปแล้ว แต่ต้องดูเรื่องของรายได้ของ 2 ยุค มันห่างกันเยอะมาก ๆ และนี่คือสิ่งที่บ่งบอกว่าทำไม ไททานิค ยังคงเป็นภาพยนตร์อมตะนิรันดรกาล

เหตุผลของไททานิค ภาพยนตร์ดีที่สุดตลอดกาล

โปสเตอร์ไททานิค

  1. อิงจากเค้าโครงเรื่องจริงสะเทือนขวัญคนทั้งโลก

การหยิบเอาเค้าโครงเรื่องจริงมาสร้างเป็นภาพยนตร์มักทำให้คนรู้สึกอยากติดตามอยู่แล้ว ประกอบกับเรื่องจริงที่ว่ามันเป็นเรื่องที่คนทั้งโลกให้ความสนใจและยังเป็นโศกนาฏกรรมอันแสนเศร้าของเรือที่ได้ชื่อว่าไม่มีวันจม เพราะฉะนั้นการดึงเอาพล็อตตรงนี้มาเป็นจุดขายแรกทำให้เกิดการพูดถึงในวงกว้างถึงความน่าสนใจและความน่าดูของตัวภาพยนตร์

  1. รายละเอียดที่เก็บทุกเม็ด

สตีเว่น สปิลเบิร์ก จัดเป็นผู้กำกับที่ลงรายละเอียดปลีกย่อยแบบครบถ้วน ถึงขนาดว่าเกินงบไปหลายร้อยล้านรวมถึงต้องเลื่อนออกฉายไปหลายรอบแต่เจ้าตัวก็ไม่หวั่นไหว ขนาดว่าลวดลายของห้องต่าง ๆ การทำถ้วยชามในห้องทานอาหารก็ยังต้องเหมือนกับของจริงทุกประการ จึงทำให้คนดูรู้สึกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ได้กลิ่นอายเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง ๆ เลย

  1. เคมีที่เข้ากันของนักแสดง

ภาพยนตร์ได้ผูกเรื่องราวความรักบันลือโลกที่ตอนแรกถกเถียงว่าตัวละคร 2 คนนี้มีจริงหรือไม่ แต่นั่นไม่ใช่สาระหลัก แต่เป็นเคมีที่เข้ากันอย่างลงตัวระหว่าง แจ๊ค ที่แสดงโดย ลีโอนาโด ดิ คาปริโอ กับ โรส ซึ่ง เคท วินสเลต เป็นผู้รับบท มันช่างได้อารมณ์ของคนรักต่างชนชั้น ต่างฐานะ ที่สุดท้ายแม้จะไม่สมหวังแต่มันก็ทำให้เขาทั้งคู่กลายเป็นดาราอันดับต้น ๆ ของฮอลลีวู้ดในทันที

  1. ความสมจริงของฉาก

ฉากที่เรือกำลังล่มมันให้อารมณ์ที่สมจริงแบบสุด ๆ ชนิดว่าใครดูอยู่ต้องมีลุ้นกันแทบทุกนาที ซึ่งตรงนี้ก็ยังต้องยกความดีความชอบให้ผู้กำกับที่ทำออกมาได้อย่างไร้ที่ติสุด ๆ เหมาะกับการเป็นภาพยนตร์ตลอดกาลขนานแท้

แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแต่เชื่อว่ายังมีหลาย ๆ คนตราตรึงและมักย้อนกลับไปชมเรื่องราวความรักอันแสนเศร้าและโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครเคยลืมอย่าง “ไททานิค” แน่นอน

5 ภาพยนตร์บู๊ในดวงใจ มีเรื่องที่ใช่สำหรับคุณหรือไม่

ความชื่นชอบในแนวภาพยนตร์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ถ้าหากใครเป็นสายแอ็คชั่น ชื่นชอบการชมแนวต่อสู้ บู๊ดุเดือด อยากแนะนำให้รู้จักกับ 5 ภาพยนตร์ที่การันตีความมัน สนุก ตื่นเต้น เอาใจคนสายดิบ ดุ ให้สุดพลังกันไปเลย โดย 5 เรื่องที่จะพูดถึงนี้ล้วนเป็นภาพยนตร์ที่ครองใจคนชมไม่ว่าจะชอบแนวแอ็คชั่นหรือไม่ก็ตาม ลองดูว่ามีลิสต์ที่คุณชอบหรือไม่

5 ภาพยนตร์บู๊ห้ามพลาดเด็ดขาด

  1. John Wickจอห์นวิก

จากเรื่องของหมา 1 ตัว กลายเป็นการไล่ล่าที่สุดมัน ซึ่งเวลานี้มีออกมาทั้งหมด 3 ภาค และยังคงทำได้ดีอยู่ทุกภาคไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะตัว จอห์น วิค ที่รับบทโดย คีอานู รีฟส์ แสดงได้อย่างเข้าถึงบทบาทสุด ๆ สาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง จึงไม่แปลกที่ใคร ๆ ก็ติดตามและหลงรักพระเอกมาดเซอร์คนนี้ไปเรียบร้อย

  1. Takenถ่าย

ภาพยนตร์ที่นำแสดงโดยนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง เลียม นีสัน จากเรื่องราวของคนร้ายที่ลักพาตัวลูกสาวเขาสู่บทบาทที่สนุกเข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีให้ชมกันถึง 3 ภาค เช่นกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้เน้นการบู๊แนวพระเอกขั้นเทพ ไม่ต้องวางแผนหรือใช้จิตวิทยาอะไรมาก บู๊แบบตายเอาดาบหน้า จึงทำให้ครองใจผู้ชมมาโดยตลอด

  1. Leon: The Professionalลีออน

ภาพยนตร์ที่สร้าง ฌ็อง เรโน ให้กลายเป็นนักฆ่าสุดเลือดเย็น แต่ในใจลึก ๆ เขาเองทำตามหน้าที่ และแน่นอนว่าความโดดเด่นยังอยู่ที่ มาทิลด้า ซึ่งรับบทโดย นาตาลี พอร์ตแมน อันถือเป็นการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ ความสนุกของภาพยนตร์คือ เรื่องราวที่ ลีออง จำเป็นต้องเลี้ยงดู มาทิลด้า เนื่องจากครอบครัวของเธอถูกฆ่าตาย และท้ายที่สุดเนื้อเรื่องก็ทำให้เกิดความผูกพันแม้ต้องจากกันตลอดกาล

  1. Fast and Furiousเร็วและรุนแรง

จากภาพยนตร์ที่ว่ากันด้วยเรื่องของรถแข่ง ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นการไล่ล่าตะลุย บู๊ล้างผลาญเพื่อทำภารกิจในแต่ละภาพให้ลุล่วง แม้ภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีบางคนบอกว่าออกทะเลไปไกลแต่ด้วยความมันสุดเร้าใจในทุกภาพที่ถูกสร้างขึ้นมา จึงไม่ต้องห่วงว่าอัตราความแอ็คชั่นจะดุเด็ดเผ็ดมันขนาดไหน ชื่นชอบภาคไหนก็เลือกดูได้เลย

  1. The Equalizerอีควอไลเซอร์

ไม่ใช่แค่ความบู๊ล้างผลาญ แต่อาศัยความมีชั้นเชิงผสมเข้าไปด้วย จึงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ดูมีเสน่ห์ ยิ่งคนรับบทนำคือ ดันเซล วอชิงตัน คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากถึงฝีมือการแสดงอันเจนจัด และเป็นภาพยนตร์บู๊ในดวงใจของหลาย ๆ คนมากทีเดียว

ยังมีภาพยนตร์แนวบู๊แอ็คชั่น สนุก ๆ อีกหลายเรื่องให้ได้ลองติดตาม ถ้าว่าง ๆ อยู่บ้านไม่ได้ทำอะไรก็ลองเสริมความสนุกให้กับตนเองได้เลย

Share on Social Media